แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ่น ๆ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ่น ๆ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ช่วงนี้ห้ามเจ็บ ห้ามป่วยกันนะครับ

 ช่วงนี้โรงพยาบาลเต็มจนล้น ถ้าป่วยฉุกเฉินเข้าไปอาจจะต้องรอ ไม่หนักจนใกล้ตายอาจโดนไล่กลับบ้านได้ ทั้ง หมอ พยาบาลงานล้นมือแถมป่วยทำงานไม่ได้อีกหลายร้อยคน

ดังนั้นช่วงนี้เราต้องรักษาสุขภาพให้ดี กินแต่ของมีประโยชน์ ของดิบ ของดองงดไปเลย พักผ่อนให้เพียงพอ ระมัดระวังตัวเองไม่ให้เกิดอุบัติเหตุตลอดเวลา ขับรถ ขับมอเตอร์ไซค์ก็อย่าขับเร็ว ห้ามประมาท ใจเย็น ๆ กันไว้ ถ้าเจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล เจ็บน้อยอาจกลายเป็นเจ็บหนัก เจ็บหนักอาจจะไม่รอดนะครับ

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

รู้สึกว่าเสพติดโปร 1 แถม 1 ไปแล้วครับ

เซเว่นชอบออกโปร 1 แถม 1 บ่อย ๆ ผมเองก็ชอบซื้อของโปรนี้ จนตอนนี้รู้สึกว่าจะกลายเป็นเสพติดโปรไปซะแล้ว

เห็นแชมพู 1 แถม 1 ก็ซื้อกลับมา ทั้ง ๆ ที่ผมเองมีแชมพูและสบู่เหลวพอใช้ไปเป็นปีอยู่แล้ว


เคยมีอยู่รอบนึง ไม่มีอะไรที่น่าซื้อ ยังอุตส่าห์ซื้อสเปรย์ฆ่าแมลง 1 แถม 1 มา ทั้ง ๆ ที่แทบไม่เคยใช้ กระป๋องที่มีอยู่ก็ใช้มาเกือบสิบปียังไม่หมดเลย ท่าจะบ้าแล้ว ฮ่า ๆ

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

แนะนำว่าไม่ควรไปฟังเครื่องเสียงบ้านคนอื่นครับ นอกจากกำลังจะซื้อของใหม่

ขอบอกก่อนว่าผมไม่ใช่พวกหูเทพ หูทอง หูตะกั่วอะไรทั้งนั้นนะครับ โดยปกติลำโพงอะไรผมก็ฟังได้ ชอบไม่ชอบอีกเรื่อง

เมื่อสัปดาห์ก่อนผมไปธุระบ้านคนรู้จัก แกลากผมไปฟังเครื่องเสียงในห้องฟังเพลงแกครับ เป็นชุดเล็กของแก ใช้ Denon Bluetooth ตัวเล็ก ๆ กับลำโพงวางหิ้งจำยี่ห้อไม่ได้ตัวละหมื่นกว่า ๆ 2 ตัว (ค่าตัวรวมประมาณ 50,000 กว่า ๆ มั้ง) เสียงออกแนวชัดเจน กลางแหลมเด่น เบสกลาง ๆ แกก็บ่นว่าภาคขับไม่พอ ไม่สะใจ ผมก็อือ ๆ รู้สึกแกฟังเสียงดังเหลือเกิน มากกว่าที่ผมฟังสักเท่านึงมั้ง ฟังสัก ชม.นึงผมก็กลับบ้าน

ทีนี้ไอ้ที่เป็นเรื่องคือ กลับมาฟังเพลงที่บ้านแล้ว ลำโพงที่ผมใช้ทุกวันกลายเป็นเสียงกากครับ เสียงมัว ๆ ตุ่น ๆ เพลงที่เคยฟังแล้วเสียงดีดรอปหมด ทีแรกนึกว่าคิดไปเอง ปาไป 7 วันแล้ว ไม่หาย เซ็งเลย หูหาเรื่องไปซะแล้ว


วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 วันที่คนไทยร้องไห้

ผ่านมาเดือนเศษ จิตใจผมเริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว

วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลาประมาณสี่โมงเย็น เห็นข่าวทางทีวีให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทุกคนเตรียมประชุมทางไกลในเวลา 19.00 น. ความรู้สึกผมเหมือนมีอะไรมากดทับที่หน้าอก แต่ในใจพยายามคิดว่าอาจจะมีอย่างอื่นที่ทางรัฐบาลจะสั่งการ ช่วงเวลานั้นจนถึงหนึ่งทุ่ม รู้สึกหัวหนักอึ้ง หายใจไม่ออก ไม่มีสมาธิทำอะไรทั้งสิ้น จนมีประกาศออกมาว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที ๙ สวรรคต ความรู้สึกผมเหมือนกันโดนทุบเข้าที่หัว พูดอะไรไม่ออกไปพักนึง แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา ช่วงนั้นกำลังกินข้าวเย็น ก็กินไปจนเสร็จแบบไม่รู้ตัวเลย ยังจำได้ว่าคืนนั้นและคืนต่อ ๆ มาอีกหลายคืนนอนไม่หลับ ช่วงกลางวันก็มึน ๆ ใจลอยอยู่เกือบอาทิตย์

หลังจากวันที่ 13 ก็มีเรื่องเสื้อดำแพง อันนี้ผมเข้าใจคนขายนะ เพราะช่วงนั้นจะขายเสื้อผ้าได้แค่สีดำ ขาว และเทา ถ้าหมดก็คือต้องสั่งใหม่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีให้ขายไหม แต่ขึ้นราคาไปเท่าตัวนี่ผมว่าก็เกินไปนะ

ต่อมาก็มีเรื่องอีก ใครไม่ใส่เสื้อดำคือคนเลวไม่รักในหลวง ต้องเห็นใจคนอื่นบ้าง เช่น หาซื้อไม่ได้ แพงจนซื้อไม่ไหว บางคนฐานะยากจนแค่จะกินยังแทบไม่พอจะให้ทำอย่างไร ตัวผมเองก็พอมีเสื้อดำและขาวบ้าง พอเจอฝนตกทุกวันซักไม่แห้งยังแทบไม่พอใส่

ช่วงนั้นก็มีรายการโหน เกาะ สวนกระแสกันเยอะ ไม่ค่อยอยากพูดถึง ทำเอาดังบ้าง เอาเท่บ้าง โชว์ว่าฉันรักในหลวงบ้าง หลอกลวงกันบ้าง บนโซเซียลเนตเวิร์ค คนทำก็รู้อยู่แก่ใจนะครับว่าทำเพื่อในหลวงหรือทำเพื่อตัวเอง (แอดมินเฟสบุกท่านนึงเคยกล่าวไว้ว่า "จะเอาไลค์ไปทำไม เอาไปแลกข้าวกินก็ไม่ได้")

แค่นี้แล้วกัน นึก ๆ แล้วชักขึ้น